ข้ามไปยังเนื้อหา

ขณะนี้ยังไม่เปิดรับสมัครอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการตามกฎหมาย

Safety Station
02-328-2110 LINE @trainerinthai
Safety Station Safety Expertเรียนให้เข้าใจ ใช้ได้จริง สู่ผู้ชำนาญการมืออาชีพ
  • ม.32–33
  • คุณสมบัติ
  • หลักสูตร
  • วิดีโอ
  • คำถาม
  • กฎหมาย
  • ม.32–33
  • คุณสมบัติ
  • หลักสูตร
  • วิดีโอ
  • คำถาม
  • กฎหมาย
  • บทความ Safety 101 ↗
ประกาศกรม

หลักสูตรการฝึกอบรมและการประเมินผู้ชำนาญการ พ.ศ. 2567

กำหนดหลักสูตร 24 ชั่วโมง คุณสมบัติวิทยากร การจัดฝึกอบรม และการประเมินด้วยข้อเขียน

เอกสารในคลัง Safety Lawอ่านบนเว็บหรือเปิด PDF

เนื้อหาหน้านี้ถอดจากไฟล์ Markdown ในคลังเดียวกับเอกสาร PDF

เปิดไฟล์ PDF
เอกสารฉบับนี้ดาวน์โหลด PDFกลับไปคลังกฎหมาย

ควรตรวจสอบฉบับ PDF ก่อนนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมาย

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ ง วันที่ 1 พฤษภาคม 2569)


โดยที่กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ข้อ 7 วรรคสอง กำหนดให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนดหลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นผู้ชำนาญการ

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 7 วรรคสอง แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 2 ในประกาศนี้

"การประเมินโดยวิธีการทดสอบ" หมายความว่า การทดสอบความรู้ ความเข้าใจในหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

"ผู้เข้ารับการประเมิน" หมายความว่า ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และเข้ารับการประเมินโดยวิธีการทดสอบตามประกาศนี้

"เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม" หมายความว่า เจ้าหน้าที่กองความปลอดภัยแรงงาน หรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ให้ปฏิบัติตามประกาศนี้


หมวด 1 บททั่วไป

ข้อ 3 ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ ต้องเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม รวมทั้งต้องผ่านเกณฑ์การประเมินโดยวิธีการทดสอบจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน


หมวด 2 หลักสูตรการฝึกอบรม

ข้อ 4 หลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้มีระยะเวลาการฝึกอบรม 24 ชั่วโมง ประกอบด้วย 3 หมวดวิชา ดังต่อไปนี้

(1) หมวดวิชาที่ 1 การควบคุม กำกับ ดูแลการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการประเมินอันตราย — ระยะเวลาการฝึกอบรม 6 ชั่วโมง ประกอบด้วยหัวข้อวิชา ดังนี้

  • (ก) การดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการประเมินอันตราย — ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
  • (ข) กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการประเมินอันตราย รวมทั้งสมรรถนะ จรรยาบรรณ และการฝึกอบรมเพิ่มเติมความรู้ของผู้ชำนาญการ — ระยะเวลา 3 ชั่วโมง

(2) หมวดวิชาที่ 2 กระบวนการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ — ระยะเวลาการฝึกอบรม 12 ชั่วโมง ประกอบด้วยหัวข้อวิชา ดังนี้

  • (ก) การประเมินอันตรายด้านความปลอดภัย — ระยะเวลา 6 ชั่วโมง
  • (ข) การประเมินอันตรายด้านสุขภาพ — ระยะเวลา 6 ชั่วโมง

(3) หมวดวิชาที่ 3 การฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิคการประเมินอันตราย และการฝึกปฏิบัติเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — ระยะเวลาการฝึกอบรม 6 ชั่วโมง ประกอบด้วยหัวข้อวิชา ดังนี้

  • (ก) การฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิคการประเมินอันตราย การชี้บ่งอันตราย การวิเคราะห์โอกาสและความรุนแรงเพื่อจัดระดับอันตราย — ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
  • (ข) การฝึกปฏิบัติการเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — ระยะเวลา 3 ชั่วโมง

ข้อ 5 ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (1) (2) และ (4) แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 ให้ฝึกอบรมตามข้อ 4

ข้อ 6 ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (3) แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 ให้ฝึกอบรมตามข้อ 4 เฉพาะหมวดวิชาที่ 1


หมวด 3 คุณสมบัติของวิทยากร

ข้อ 7 วิทยากรผู้ทำการฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ในการประเมินอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง หรือการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงในสถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่า 5 แห่ง และมีประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 3 ปี

(2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ในการประเมินอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงในสถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่า 10 ปี และมีประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 3 ปี

(3) เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงในสถานประกอบกิจการไม่น้อยกว่า 5 แห่ง หรือมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน ไม่น้อยกว่า 1 เรื่อง และมีประสบการณ์ในการสอนในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 3 ปี


หมวด 4 การดำเนินการฝึกอบรม

ข้อ 8 ผู้ประสงค์จะให้บริการด้านการฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และต้องได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่รับรองระบบบริหารงานคุณภาพ หรือ

(2) สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ

(3) เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน และต้องมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ประเมินระบบการประกันคุณภาพการศึกษา หรือ

(4) เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องมีบุคลากรซึ่งสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรม และมีวิทยากรที่มีคุณสมบัติตามข้อ 7 ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยงานของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม

ข้อ 9 ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมที่มีคุณสมบัติตามข้อ 8 ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยรายชื่อวิทยากร และเอกสารตามแบบ กภ.ชก 1 แนบท้ายประกาศนี้ ณ กองความปลอดภัยแรงงาน หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

ข้อ 10 เมื่อผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมได้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพื่อขอรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกหลักฐานการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรของผู้ยื่นคำขอ ภายใน 60 วัน

การออกหนังสือรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบ กภ.ชก 2 และออกได้ คราวละ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการรับรอง

ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเห็นว่าผู้ยื่นคำขอขาดคุณสมบัติตามข้อ 8 หรือเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ 9 ไม่ถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบทันทีหรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ หากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไข หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะให้ดำเนินการตามคำขอต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ ในกรณีเช่นนี้ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายส่งเอกสารคืนผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

ข้อ 11 การขอต่ออายุการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ให้ยื่นคำขอ ไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันที่การรับรองจะสิ้นสุด และให้นำความในข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 10 มาใช้บังคับแก่การยื่นคำขอต่ออายุการรับรองโดยอนุโลม

เมื่อยื่นคำขอต่ออายุการรับรองแล้ว ให้ผู้ได้รับการรับรองดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุการรับรองนั้น

การต่ออายุการรับรองหลักสูตรให้มีอายุ คราวละ 3 ปี นับแต่วันที่การรับรองเดิมสิ้นสุด

ข้อ 12 ในกรณีที่เอกสารการรับรองสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอใบแทนการรับรองต่ออธิบดี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดดังกล่าว

การออกใบแทนการรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบ กภ.ชก 3

ข้อ 13 ในกรณีผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองตามข้อ 10 มีการเปลี่ยนแปลงวิทยากร บุคลากรซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรม สถานที่ตั้ง หรือมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดจากที่ได้ยื่นขอการรับรองไว้ ให้แจ้งเป็นหนังสือ พร้อมส่งเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

ข้อ 14 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมดำเนินการจัดฝึกอบรมตามหลักสูตรในหมวด 2 และจัดให้มีวิทยากรที่มีคุณสมบัติตามหมวด 3

ข้อ 15 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) แจ้งกำหนดการฝึกอบรม หลักสูตรการฝึกอบรม รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม พร้อมรายชื่อและคุณสมบัติวิทยากร ณ กองความปลอดภัยแรงงาน ไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ ก่อนการจัดฝึกอบรม ทั้งนี้ อาจแจ้งด้วยตนเองหรือผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็ได้

(2) จัดให้ห้องฝึกอบรมหนึ่งห้องมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม ไม่เกิน 30 คน

(3) จัดให้มีคู่มือประกอบการฝึกอบรม จัดเตรียมอุปกรณ์ สื่อและเอกสารประกอบการฝึกอบรม และสถานที่ที่ถูกสุขลักษณะให้มีความพร้อมใช้งานตลอดเวลาที่มีการดำเนินการ

(4) จัดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้ารับการฝึกอบรมเต็มเวลาตลอดหลักสูตร

(5) จัดให้มีการประเมินผลทั้งก่อนและหลังการฝึกอบรม

(6) จัดให้วิทยากรได้รับการฝึกอบรมหรือมีการพัฒนาความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพการเป็นวิทยากร ในหัวข้อด้านความปลอดภัยในการทำงานหรือหัวข้อที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี

ข้อ 16 นอกจากดำเนินการตามข้อ 15 แล้ว ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) จัดทำค่าบริการที่กำหนดรายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการให้บริการเสนอต่อผู้รับบริการก่อนการให้บริการ โดยค่าบริการที่ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมจะเรียกเก็บให้คำนวณจากค่าใช้จ่ายในการให้บริการของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมรวมกับค่าตอบแทนที่ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมได้รับจากการให้บริการ ซึ่งค่าตอบแทนดังกล่าวต้อง ไม่เกิน 1 เท่า ของจำนวนค่าใช้จ่ายในการให้บริการ

ค่าใช้จ่ายในการให้บริการ หมายความถึง ค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการให้บริการ เช่น ค่าตอบแทนบุคลากร ค่าวัสดุ อุปกรณ์ หรือสถานที่ในการให้บริการ และค่าใช้จ่ายอื่นใดของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม

(2) ไม่เปิดเผยความลับของผู้รับบริการซึ่งล่วงรู้หรือได้มาจากการให้บริการ

(3) ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับเกณฑ์จริยธรรมสำหรับผู้ให้บริการตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

ข้อ 17 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมส่งรายงานผลการฝึกอบรม รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม และรายชื่อวิทยากร ตามแบบ กภ.ชก 4 ณ กองความปลอดภัยแรงงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม ทั้งนี้ อาจแจ้งด้วยตนเองหรือผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็ได้

ข้อ 18 ในกรณีที่ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการตามข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอาจ เพิกถอนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากร

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจเข้าไปในสำนักงานของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมและสถานที่จัดการฝึกอบรมในเวลาทำการ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ตรวจสอบ เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง หรือควบคุมให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้


หมวด 5 การประเมินโดยวิธีการทดสอบหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ส่วนที่ 1 บททั่วไป

ข้อ 19 ผู้เข้ารับการประเมินที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ต้องเข้ารับการประเมินโดยวิธีการทดสอบความรู้ ความเข้าใจโดยการสอบข้อเขียนตามหลักสูตร

ข้อ 20 ผู้เข้ารับการประเมิน จะต้องปฏิบัติตนในระหว่างที่เข้ารับการทดสอบ ดังต่อไปนี้

  • (1) แต่งกายสุภาพเรียบร้อย
  • (2) เข้าหรือออกจากห้องทดสอบตามเวลาที่กำหนด
  • (3) ไม่นำเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด เช่น โทรศัพท์มือถือ วิทยุติดตามตัว วิทยุสื่อสาร เครื่องบันทึกภาพ นาฬิกาดิจิทัล รวมทั้งสิ่งอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เข้าห้องทดสอบ
  • (4) ไม่นำตำรา หนังสือ หรือเอกสารใด ๆ เข้าห้องทดสอบ
  • (5) ไม่คัดลอกข้อสอบไม่ว่าจะทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด รวมทั้งไม่นำข้อสอบ กระดาษคำตอบออกจากห้องทดสอบ
  • (6) ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ห้องทดสอบ อุปกรณ์สำหรับการทดสอบเกิดการชำรุดเสียหาย และหากเกิดความเสียหายด้วยเหตุประการใด ๆ ก็ตาม ให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
  • (7) ไม่พูดจาเสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าว หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนผู้อื่นในขณะเข้ารับการทดสอบ
  • (8) ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่ม หรือรับประทานอาหารในขณะรับการทดสอบ
  • (9) ไม่ดื่มสุราหรือของมึนเมาหรือยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือมีอาการมึนเมาในขณะเข้ารับการทดสอบ
  • (10) ไม่กระทำการใด ๆ อันมีพฤติการณ์หรือการกระทำอันส่อไปในทางทุจริตในการทดสอบ

ผู้เข้ารับการประเมินผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องทดสอบจนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไข กรณีมีพฤติการณ์หรือการกระทำอันส่อไปในทางทุจริตในการทดสอบ ผู้นั้นต้องยุติการทดสอบและหมดสิทธิเข้ารับการประเมินในครั้งนั้น โดยให้ดำเนินตามข้อ 24 เพื่อเข้ารับการประเมินโดยการทดสอบใหม่

ข้อ 21 ให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

  • (1) ควบคุม กำกับ และดูแลให้การทดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
  • (2) ชี้แจงขั้นตอน เวลาที่ใช้ในการทดสอบ และข้อควรปฏิบัติระหว่างทดสอบให้ผู้เข้ารับการประเมินทราบก่อนเริ่มการทดสอบ
  • (3) หากพบการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 20 วรรคหนึ่ง มีอำนาจสั่งให้ผู้รับการประเมินออกจากห้องทดสอบหรือหมดสิทธิเข้ารับการประเมินในครั้งนั้น
  • (4) ลงลายมือชื่อในทะเบียนคุมผู้เข้ารับการประเมิน

ส่วนที่ 2 การประเมินโดยวิธีการทดสอบ

ข้อ 22 ผู้เข้ารับการประเมินเข้ารับการทดสอบข้อเขียน เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง ดำเนินการตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

  • (1) แสดงตนโดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตทำงาน และลงลายมือชื่อในทะเบียนคุมผู้เข้ารับการประเมิน
  • (2) ทดสอบความรู้และความเข้าใจตามหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ข้อ 23 ผู้เข้ารับการประเมินต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนด้วยคะแนน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80

กรณีผู้เข้ารับการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง ให้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนใหม่ ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก ถ้าไม่ดำเนินการตามเงื่อนไข ต้องเข้ารับการอบรมใหม่

ส่วนที่ 3 การดำเนินการทดสอบ

ข้อ 24 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมแจ้งข้อมูลสำหรับการดำเนินการทดสอบพร้อมรับรองคุณสมบัติของผู้เข้ารับการประเมินรายบุคคลตามแบบ กภ.ทส.ชก แนบท้ายประกาศนี้ โดยส่งให้กองความปลอดภัยแรงงานก่อนการประเมิน ไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ

ข้อ 25 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมดำเนินการจัดสถานที่ที่ถูกสุขลักษณะ มีความพร้อมใช้งานตลอดเวลาสำหรับการทดสอบข้อเขียน

การทดสอบข้อเขียนตามข้อ 22 และข้อ 23 สามารถจัดให้มีการทดสอบด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด

ข้อ 26 เมื่อได้รับแจ้งข้อมูลตามข้อ 24 แล้ว ให้กองความปลอดภัยแรงงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  • (1) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน ก่อนการประเมิน ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ทางเว็บไซต์ของกองความปลอดภัยแรงงาน
  • (2) ประกาศผลการประเมินหลังการจัดการทดสอบเสร็จสิ้น ภายใน 30 วันทำการ ทางเว็บไซต์ของกองความปลอดภัยแรงงาน

ข้อ 27 ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ออกหลักฐานผ่านการประเมินการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการ ภายใน 30 วันทำการ นับแต่วันประกาศผลการประเมิน

กรณีไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 23 ให้นำความในข้อ 24 ข้อ 25 และข้อ 26 มาใช้บังคับ


ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569

เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน


เอกสารแนบท้ายประกาศ

แบบ กภ.ชก 1 — แบบคำขอรับรอง ใบแทนการรับรอง และต่ออายุการรับรอง

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

แบบคำขอรับรอง ใบแทนการรับรอง และต่ออายุการรับรอง สำหรับหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ตามกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567

1. ข้อมูลผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม

  • ชื่อผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
  • เลขทะเบียนนิติบุคคล
  • สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ หมู่ที่ ตรอก/ซอย ถนน แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์
  • โทรศัพท์ โทรสาร โทรศัพท์มือถือ E-mail

2. มีความประสงค์ (ทำเครื่องหมาย ✓ ในช่อง ☐ ให้ตรงกับความประสงค์)

  • ☐ ขอรับรอง พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ 3 (1) - (11) และ (15) - (16)
  • ☐ ขอใบแทนการรับรอง พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ 3 (1) (13) และ (15) - (16)
  • ☐ ขอต่ออายุการรับรอง พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ 3 (1) - (2) (12) และ (14) - (16)
  • ใบรับรองหลักสูตรเดิม เลขที่ ............ วัน เดือน ปี ที่ได้รับการรับรอง ............ วัน เดือน ปี ที่หมดอายุ ............

3. ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ ดังนี้

  • ☐ (1) หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้ขอการรับรองมิใช่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล
  • ☐ (2) สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล
  • ☐ (3) แผนที่แสดงที่ตั้งของนิติบุคคล พร้อมภาพถ่าย
  • ☐ (4) สำเนาเอกสารการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพหรือระบบประกันคุณภาพการศึกษาแล้วแต่กรณี
  • ☐ (5) เอกสารหรือหลักฐานการมีผู้บริหารจัดการการฝึกอบรมซึ่งเป็นบุคลากรของผู้ยื่นขอการรับรองเป็นผู้ให้บริการการฝึกอบรม ตามข้อ 8 วรรคสองของประกาศฯ ได้แก่ ประกาศแต่งตั้งบุคคลซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรม วุฒิการศึกษา เอกสารแสดงความเป็นลูกจ้างของนิติบุคคล
  • ☐ (6) เอกสารหรือหลักฐานการมีวิทยากรซึ่งเป็นบุคลากรของผู้ยื่นขอการรับรองเป็นผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ตามข้อ 8 วรรคสองของประกาศฯ ได้แก่ ประกาศแต่งตั้งวิทยากรปฏิบัติงานเต็มเวลา เอกสารแสดงความเป็นลูกจ้างของนิติบุคคล หนังสือรับรองการเป็นวิทยากรปฏิบัติงานเต็มเวลา
  • ☐ (7) เอกสารหรือหลักฐานบัญชีรายชื่อวิทยากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดข้อ 7 ของประกาศฯ พร้อมหมวดวิชาและหัวข้อวิชาการฝึกอบรมของวิทยากรแต่ละราย รวมถึงหนังสือยืนยันการเป็นวิทยากรให้กับผู้ยื่นคำขอสำหรับวิทยากรอื่นซึ่งมิได้ปฏิบัติงานเต็มเวลา ได้แก่ แบบประวัติวิทยากร หนังสือยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน หนังสืออนุญาตให้เป็นวิทยากร (กรณีเป็นบุคลากรในสังกัดอื่น)
  • ☐ (8) เอกสารแสดงกำหนดการฝึกอบรมของหลักสูตรที่ขอรับรอง
  • ☐ (9) เอกสารแสดงอัตราค่าบริการ
  • ☐ (10) สื่อและเอกสารประกอบการฝึกอบรมเพื่อรับรองหลักสูตร ได้แก่ ภาพถ่ายคู่มือการฝึกอบรม เอกสารซึ่งเป็นตัวอย่าง PowerPoint ที่วิทยากรใช้นำเสนอประกอบการบรรยาย คลังข้อสอบ และแบบทดสอบก่อนและหลังการฝึกอบรมพร้อมเฉลย
  • ☐ (11) เอกสารหรือหลักฐานแสดงความพร้อมของห้องฝึกอบรม รายการเครื่องมือหรืออุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับหลักสูตร และสถานที่ที่ถูกสุขลักษณะที่มีความพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ หากมีการเช่าสถานที่ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมต้องมีเอกสารสัญญาเช่า
  • ☐ (12) เอกสารหรือหลักฐานการฝึกอบรมหรือมีการพัฒนาความรู้ตามข้อ 15 (6) ของประกาศฯ
  • ☐ (13) สำเนาใบรับรองหรือเลขที่ใบรับรอง (เฉพาะกรณีใบรับรองถูกทำลายหรือเสียหายในสาระสำคัญ)
  • ☐ (14) เอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงวิทยากร บุคลากรซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการด้านการฝึกอบรม สถานที่ตั้ง หรือมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ได้ยื่นขอการรับรองไว้ (ถ้ามี)
  • ☐ (15) หนังสือยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตามข้อ (1) - (14) และที่เกี่ยวข้องกับการขอรับรองหลักสูตรเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
  • ☐ (16) เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)

ข้าพเจ้าขอรับรองว่ามีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน และข้อมูล เอกสารหรือหลักฐาน ที่ยื่นประกอบการพิจารณาคำขอเป็นจริงทุกประการ สามารถตรวจสอบได้

ลงชื่อ ............................ ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม หรือผู้รับมอบอำนาจ วัน เดือน ปี ............................ (ประทับตรานิติบุคคล ถ้ามี)

หมายเหตุ

  1. กรณีเป็นนิติบุคคลที่หนังสือรับรองนิติบุคคลระบุให้ประทับตรา จะต้องมีตราประทับพร้อมลงนาม
  2. กรณีผู้ขอรับรองหลักสูตร ไม่ใช่ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล ให้แนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์

แบบ กภ.ชก 2 — ใบรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ใบรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

เลขที่ ............

หนังสือรับรองฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า (ชื่อนิติบุคคล) ............ เลขทะเบียนนิติบุคคล ............ สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ ............ หมู่ที่ ............ ตรอก/ซอย ............ ถนน ............ ตำบล/แขวง ............ อำเภอ/เขต ............ จังหวัด ............

เป็นผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตามข้อ 7 แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 โดยมีวิทยากร จำนวน ............ ราย ดังรายชื่อแนบท้ายใบรับรองนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ............ ถึงวันที่ ............ ให้ไว้ ณ วันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............

ลงชื่อ ............ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

หมายเหตุ: การออกหนังสือรับรอง ผู้ให้บริการต้องดำเนินการตามเงื่อนไขข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 ของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ อย่างเคร่งครัด หากไม่ดำเนินการอาจถูกเพิกถอนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรได้

รายชื่อวิทยากรแนบท้ายใบรับรองหลักสูตร

ลำดับที่ รายชื่อวิทยากร หมวดวิชาและหัวข้อวิชาที่ได้รับรอง
1 (ระบุชื่อและนามสกุล) (ระบุหมวดวิชาและหัวข้อวิชา)
2 (ระบุชื่อและนามสกุล) (ระบุหมวดวิชาและหัวข้อวิชา)
3 (ระบุชื่อและนามสกุล) (ระบุหมวดวิชาและหัวข้อวิชา)
... ... ...

แบบ กภ.ชก 3 — ใบแทนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ใบแทนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

เลขที่ ............

หนังสือรับรองฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า (ชื่อนิติบุคคล) ............ เลขทะเบียนนิติบุคคล ............ สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ ............ หมู่ที่ ............ ตรอก/ซอย ............ ถนน ............ ตำบล/แขวง ............ อำเภอ/เขต ............ จังหวัด ............

เป็นผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตามข้อ 7 แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 โดยมีวิทยากร จำนวน ............ ราย ดังรายชื่อแนบท้ายใบแทนการรับรองนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ............ ถึงวันที่ ............ ให้ไว้ ณ วันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............

ลงชื่อ ............ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

หมายเหตุ: การออกใบแทนการรับรอง ผู้ให้บริการต้องดำเนินการตามเงื่อนไขข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 ของประกาศกรมฯ อย่างเคร่งครัด หากไม่ดำเนินการอาจถูกเพิกถอนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรได้


แบบ กภ.ชก 4 — แบบรายงานผลการฝึกอบรม

แบบรายงานผลการฝึกอบรม หลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ตามข้อ 7 แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567

เขียนที่ ............ วันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............

ส่วนที่ 1 ข้อมูลผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม

  • ชื่อผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
  • เลขทะเบียนนิติบุคคล
  • สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ หมู่ที่ ตรอก/ซอย ถนน แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์
  • โทรศัพท์ โทรสาร โทรศัพท์มือถือ E-mail
  • ใบรับรองหลักสูตรเลขที่ ............ วันที่ได้รับการรับรอง ............ วันหมดอายุ ............

ส่วนที่ 2 การดำเนินการฝึกอบรม

  • ดำเนินการฝึกอบรม เมื่อวันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............ ถึงวันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............
  • สถานที่จัดฝึกอบรม ตั้งอยู่ เลขที่ ............ หมู่ที่ ............ ตรอก/ซอย ............ ถนน ............ แขวง/ตำบล ............ เขต/อำเภอ ............ จังหวัด ............ รหัสไปรษณีย์ ............ โทรศัพท์ ............ โทรสาร ............

ส่วนที่ 3 เอกสารหรือหลักฐานที่แนบ ดังนี้

  1. ผลการฝึกอบรม
  2. รายชื่อผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากร

ลงชื่อ ............ ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม หรือผู้รับมอบอำนาจ (ประทับตรานิติบุคคล ถ้ามี) วัน เดือน ปี ............

หมายเหตุ

  1. กรณีเป็นนิติบุคคลที่หนังสือรับรองนิติบุคคลระบุให้ประทับตรา จะต้องมีตราประทับพร้อมลงนาม
  2. รายงานผลการฝึกอบรม รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม และรายชื่อวิทยากร ณ กองความปลอดภัยแรงงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม ทั้งนี้ อาจแจ้งด้วยตนเองหรือผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็ได้

แบบ กภ.ทส.ชก — แบบแจ้งข้อมูลสำหรับการดำเนินการทดสอบ

แบบแจ้งข้อมูลสำหรับการดำเนินการทดสอบ หลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

เขียนที่ ............ วันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............

ส่วนที่ 1 ข้อมูลผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม

  • ชื่อผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
  • เลขทะเบียนนิติบุคคล
  • สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ หมู่ที่ ตรอก/ซอย ถนน แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์
  • โทรศัพท์ โทรสาร โทรศัพท์มือถือ E-mail
  • หลักสูตรผู้ชำนาญการฯ ได้รับใบรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม เลขที่ ............ วันที่ได้รับการรับรอง ............ วันหมดอายุ ............

ส่วนที่ 2 กำหนดการทดสอบ

  • วัน เวลาที่จัดการทดสอบ : ............
  • สถานที่จัดการทดสอบ : ระบุชื่อสถานที่ ............ ตั้งอยู่ เลขที่ ............ หมู่ที่ ............ ตรอก/ซอย ............ ถนน ............ แขวง/ตำบล ............ เขต/อำเภอ ............ จังหวัด ............ รหัสไปรษณีย์ ............

ส่วนที่ 3 การรับรองคุณสมบัติของผู้เข้ารับการประเมิน

ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นผู้มีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 ข้อ 5 และข้อ 6 และผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตร ตามรายละเอียดดังนี้

หลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จำนวน ............ คน ดังนี้

ลำดับ ชื่อ - นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน คุณสมบัติตามข้อ 6 ของกฎกระทรวงฯ คุณสมบัติตามข้อ 5 ของกฎกระทรวงฯ ระยะเวลาการเข้ารับการฝึกอบรม (ชั่วโมง) ผลการประเมิน (ก่อน/หลังอบรม)
1

ส่วนที่ 4 การขอเข้ารับการทดสอบกรณีที่ไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์

ผู้เข้ารับการประเมินไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด ให้เข้ารับการทดสอบใหม่

หลักสูตรผู้ชำนาญการฯ จำนวน ............ คน ดังนี้

ลำดับ ชื่อ - นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน วันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก ประกาศผลสอบครั้งที่ ............ ลงวันที่ ............ (ทดสอบครั้งล่าสุด)
1

หมายเหตุ: กรณีผู้เข้ารับการประเมินไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด ให้เข้ารับการทดสอบใหม่

ส่วนที่ 5 เอกสารหรือหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาการประเมินโดยวิธีการทดสอบ

  • (1) เอกสารคำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารับการทดสอบ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
  • (2) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่สำหรับการทดสอบ

ข้าพเจ้าขอแจ้งข้อมูลสำหรับการดำเนินการทดสอบพร้อมรับรองคุณสมบัติผู้เข้ารับการประเมิน โดยขอรับรองว่ามีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน และเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาเป็นจริงทุกประการ สามารถตรวจสอบได้

ลงชื่อ ............ ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม หรือผู้รับมอบอำนาจ (ประทับตรานิติบุคคล) วัน เดือน ปี ............

หมายเหตุ: กรณีเป็นนิติบุคคลที่หนังสือรับรองนิติบุคคลระบุให้ประทับตราจะต้องมีตราประทับพร้อมลงนาม

Safety Station

ความรู้ กฎหมาย และข้อมูลหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย จัดทำโดย Safety Station

เนื้อหาหลัก

  • หน้าที่ตามมาตรา 32–33
  • คุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาต
  • หลักสูตรและการประเมิน
  • วิดีโอความรู้
  • คำถามที่พบบ่อย

เครือข่าย Safety Station

  • เว็บไซต์หลัก
  • บทความ Safety 101
  • คลังกฎหมายความปลอดภัย
  • บทเรียนออนไลน์

ติดต่อ

  • 02-328-2110
  • [email protected]
  • LINE @trainerinthai
  • เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
© 2569 Safety Station by Trainer in Thai
นโยบายความเป็นส่วนตัวแหล่งอ้างอิง
คุกกี้สำหรับสถิติการใช้งาน

เราใช้คุกกี้เพื่อดูว่าผู้อ่านสนใจเนื้อหาส่วนใด หากไม่ยอมรับก็ยังใช้เว็บไซต์ได้ตามปกติ