ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ ง วันที่ 1 พฤษภาคม 2569)
โดยที่กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ข้อ 7 วรรคสอง กำหนดให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนดหลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นผู้ชำนาญการ
อาศัยอำนาจตามความในข้อ 7 วรรคสอง แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2 ในประกาศนี้
"การประเมินโดยวิธีการทดสอบ" หมายความว่า การทดสอบความรู้ ความเข้าใจในหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
"ผู้เข้ารับการประเมิน" หมายความว่า ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และเข้ารับการประเมินโดยวิธีการทดสอบตามประกาศนี้
"เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม" หมายความว่า เจ้าหน้าที่กองความปลอดภัยแรงงาน หรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ให้ปฏิบัติตามประกาศนี้
หมวด 1 บททั่วไป
ข้อ 3 ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ ต้องเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม รวมทั้งต้องผ่านเกณฑ์การประเมินโดยวิธีการทดสอบจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
หมวด 2 หลักสูตรการฝึกอบรม
ข้อ 4 หลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้มีระยะเวลาการฝึกอบรม 24 ชั่วโมง ประกอบด้วย 3 หมวดวิชา ดังต่อไปนี้
(1) หมวดวิชาที่ 1 การควบคุม กำกับ ดูแลการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการประเมินอันตราย — ระยะเวลาการฝึกอบรม 6 ชั่วโมง ประกอบด้วยหัวข้อวิชา ดังนี้
- (ก) การดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการประเมินอันตราย — ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
- (ข) กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการประเมินอันตราย รวมทั้งสมรรถนะ จรรยาบรรณ และการฝึกอบรมเพิ่มเติมความรู้ของผู้ชำนาญการ — ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
(2) หมวดวิชาที่ 2 กระบวนการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ — ระยะเวลาการฝึกอบรม 12 ชั่วโมง ประกอบด้วยหัวข้อวิชา ดังนี้
- (ก) การประเมินอันตรายด้านความปลอดภัย — ระยะเวลา 6 ชั่วโมง
- (ข) การประเมินอันตรายด้านสุขภาพ — ระยะเวลา 6 ชั่วโมง
(3) หมวดวิชาที่ 3 การฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิคการประเมินอันตราย และการฝึกปฏิบัติเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — ระยะเวลาการฝึกอบรม 6 ชั่วโมง ประกอบด้วยหัวข้อวิชา ดังนี้
- (ก) การฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิคการประเมินอันตราย การชี้บ่งอันตราย การวิเคราะห์โอกาสและความรุนแรงเพื่อจัดระดับอันตราย — ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
- (ข) การฝึกปฏิบัติการเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
ข้อ 5 ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (1) (2) และ (4) แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 ให้ฝึกอบรมตามข้อ 4
ข้อ 6 ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (3) แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 ให้ฝึกอบรมตามข้อ 4 เฉพาะหมวดวิชาที่ 1
หมวด 3 คุณสมบัติของวิทยากร
ข้อ 7 วิทยากรผู้ทำการฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ในการประเมินอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง หรือการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงในสถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่า 5 แห่ง และมีประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 3 ปี
(2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ในการประเมินอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงในสถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่า 10 ปี และมีประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 3 ปี
(3) เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงในสถานประกอบกิจการไม่น้อยกว่า 5 แห่ง หรือมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน ไม่น้อยกว่า 1 เรื่อง และมีประสบการณ์ในการสอนในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 3 ปี
หมวด 4 การดำเนินการฝึกอบรม
ข้อ 8 ผู้ประสงค์จะให้บริการด้านการฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(1) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และต้องได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่รับรองระบบบริหารงานคุณภาพ หรือ
(2) สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ
(3) เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน และต้องมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ประเมินระบบการประกันคุณภาพการศึกษา หรือ
(4) เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องมีบุคลากรซึ่งสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรม และมีวิทยากรที่มีคุณสมบัติตามข้อ 7 ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยงานของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
ข้อ 9 ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมที่มีคุณสมบัติตามข้อ 8 ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยรายชื่อวิทยากร และเอกสารตามแบบ กภ.ชก 1 แนบท้ายประกาศนี้ ณ กองความปลอดภัยแรงงาน หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
ข้อ 10 เมื่อผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมได้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพื่อขอรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกหลักฐานการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรของผู้ยื่นคำขอ ภายใน 60 วัน
การออกหนังสือรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบ กภ.ชก 2 และออกได้ คราวละ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการรับรอง
ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเห็นว่าผู้ยื่นคำขอขาดคุณสมบัติตามข้อ 8 หรือเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ 9 ไม่ถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบทันทีหรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ หากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไข หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะให้ดำเนินการตามคำขอต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ ในกรณีเช่นนี้ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายส่งเอกสารคืนผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ให้ผู้ยื่นคำขอทราบ
ข้อ 11 การขอต่ออายุการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ให้ยื่นคำขอ ไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันที่การรับรองจะสิ้นสุด และให้นำความในข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 10 มาใช้บังคับแก่การยื่นคำขอต่ออายุการรับรองโดยอนุโลม
เมื่อยื่นคำขอต่ออายุการรับรองแล้ว ให้ผู้ได้รับการรับรองดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุการรับรองนั้น
การต่ออายุการรับรองหลักสูตรให้มีอายุ คราวละ 3 ปี นับแต่วันที่การรับรองเดิมสิ้นสุด
ข้อ 12 ในกรณีที่เอกสารการรับรองสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอใบแทนการรับรองต่ออธิบดี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดดังกล่าว
การออกใบแทนการรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบ กภ.ชก 3
ข้อ 13 ในกรณีผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองตามข้อ 10 มีการเปลี่ยนแปลงวิทยากร บุคลากรซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรม สถานที่ตั้ง หรือมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดจากที่ได้ยื่นขอการรับรองไว้ ให้แจ้งเป็นหนังสือ พร้อมส่งเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
ข้อ 14 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมดำเนินการจัดฝึกอบรมตามหลักสูตรในหมวด 2 และจัดให้มีวิทยากรที่มีคุณสมบัติตามหมวด 3
ข้อ 15 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) แจ้งกำหนดการฝึกอบรม หลักสูตรการฝึกอบรม รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม พร้อมรายชื่อและคุณสมบัติวิทยากร ณ กองความปลอดภัยแรงงาน ไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ ก่อนการจัดฝึกอบรม ทั้งนี้ อาจแจ้งด้วยตนเองหรือผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็ได้
(2) จัดให้ห้องฝึกอบรมหนึ่งห้องมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม ไม่เกิน 30 คน
(3) จัดให้มีคู่มือประกอบการฝึกอบรม จัดเตรียมอุปกรณ์ สื่อและเอกสารประกอบการฝึกอบรม และสถานที่ที่ถูกสุขลักษณะให้มีความพร้อมใช้งานตลอดเวลาที่มีการดำเนินการ
(4) จัดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้ารับการฝึกอบรมเต็มเวลาตลอดหลักสูตร
(5) จัดให้มีการประเมินผลทั้งก่อนและหลังการฝึกอบรม
(6) จัดให้วิทยากรได้รับการฝึกอบรมหรือมีการพัฒนาความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพการเป็นวิทยากร ในหัวข้อด้านความปลอดภัยในการทำงานหรือหัวข้อที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี
ข้อ 16 นอกจากดำเนินการตามข้อ 15 แล้ว ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) จัดทำค่าบริการที่กำหนดรายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการให้บริการเสนอต่อผู้รับบริการก่อนการให้บริการ โดยค่าบริการที่ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมจะเรียกเก็บให้คำนวณจากค่าใช้จ่ายในการให้บริการของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมรวมกับค่าตอบแทนที่ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมได้รับจากการให้บริการ ซึ่งค่าตอบแทนดังกล่าวต้อง ไม่เกิน 1 เท่า ของจำนวนค่าใช้จ่ายในการให้บริการ
ค่าใช้จ่ายในการให้บริการ หมายความถึง ค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการให้บริการ เช่น ค่าตอบแทนบุคลากร ค่าวัสดุ อุปกรณ์ หรือสถานที่ในการให้บริการ และค่าใช้จ่ายอื่นใดของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
(2) ไม่เปิดเผยความลับของผู้รับบริการซึ่งล่วงรู้หรือได้มาจากการให้บริการ
(3) ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับเกณฑ์จริยธรรมสำหรับผู้ให้บริการตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
ข้อ 17 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมส่งรายงานผลการฝึกอบรม รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม และรายชื่อวิทยากร ตามแบบ กภ.ชก 4 ณ กองความปลอดภัยแรงงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม ทั้งนี้ อาจแจ้งด้วยตนเองหรือผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็ได้
ข้อ 18 ในกรณีที่ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการตามข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอาจ เพิกถอนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากร
ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจเข้าไปในสำนักงานของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมและสถานที่จัดการฝึกอบรมในเวลาทำการ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ตรวจสอบ เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง หรือควบคุมให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้
หมวด 5 การประเมินโดยวิธีการทดสอบหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ส่วนที่ 1 บททั่วไป
ข้อ 19 ผู้เข้ารับการประเมินที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ต้องเข้ารับการประเมินโดยวิธีการทดสอบความรู้ ความเข้าใจโดยการสอบข้อเขียนตามหลักสูตร
ข้อ 20 ผู้เข้ารับการประเมิน จะต้องปฏิบัติตนในระหว่างที่เข้ารับการทดสอบ ดังต่อไปนี้
- (1) แต่งกายสุภาพเรียบร้อย
- (2) เข้าหรือออกจากห้องทดสอบตามเวลาที่กำหนด
- (3) ไม่นำเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด เช่น โทรศัพท์มือถือ วิทยุติดตามตัว วิทยุสื่อสาร เครื่องบันทึกภาพ นาฬิกาดิจิทัล รวมทั้งสิ่งอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เข้าห้องทดสอบ
- (4) ไม่นำตำรา หนังสือ หรือเอกสารใด ๆ เข้าห้องทดสอบ
- (5) ไม่คัดลอกข้อสอบไม่ว่าจะทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด รวมทั้งไม่นำข้อสอบ กระดาษคำตอบออกจากห้องทดสอบ
- (6) ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ห้องทดสอบ อุปกรณ์สำหรับการทดสอบเกิดการชำรุดเสียหาย และหากเกิดความเสียหายด้วยเหตุประการใด ๆ ก็ตาม ให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
- (7) ไม่พูดจาเสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าว หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนผู้อื่นในขณะเข้ารับการทดสอบ
- (8) ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่ม หรือรับประทานอาหารในขณะรับการทดสอบ
- (9) ไม่ดื่มสุราหรือของมึนเมาหรือยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือมีอาการมึนเมาในขณะเข้ารับการทดสอบ
- (10) ไม่กระทำการใด ๆ อันมีพฤติการณ์หรือการกระทำอันส่อไปในทางทุจริตในการทดสอบ
ผู้เข้ารับการประเมินผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องทดสอบจนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไข กรณีมีพฤติการณ์หรือการกระทำอันส่อไปในทางทุจริตในการทดสอบ ผู้นั้นต้องยุติการทดสอบและหมดสิทธิเข้ารับการประเมินในครั้งนั้น โดยให้ดำเนินตามข้อ 24 เพื่อเข้ารับการประเมินโดยการทดสอบใหม่
ข้อ 21 ให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
- (1) ควบคุม กำกับ และดูแลให้การทดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
- (2) ชี้แจงขั้นตอน เวลาที่ใช้ในการทดสอบ และข้อควรปฏิบัติระหว่างทดสอบให้ผู้เข้ารับการประเมินทราบก่อนเริ่มการทดสอบ
- (3) หากพบการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 20 วรรคหนึ่ง มีอำนาจสั่งให้ผู้รับการประเมินออกจากห้องทดสอบหรือหมดสิทธิเข้ารับการประเมินในครั้งนั้น
- (4) ลงลายมือชื่อในทะเบียนคุมผู้เข้ารับการประเมิน
ส่วนที่ 2 การประเมินโดยวิธีการทดสอบ
ข้อ 22 ผู้เข้ารับการประเมินเข้ารับการทดสอบข้อเขียน เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง ดำเนินการตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้
- (1) แสดงตนโดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตทำงาน และลงลายมือชื่อในทะเบียนคุมผู้เข้ารับการประเมิน
- (2) ทดสอบความรู้และความเข้าใจตามหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ข้อ 23 ผู้เข้ารับการประเมินต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนด้วยคะแนน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80
กรณีผู้เข้ารับการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง ให้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนใหม่ ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก ถ้าไม่ดำเนินการตามเงื่อนไข ต้องเข้ารับการอบรมใหม่
ส่วนที่ 3 การดำเนินการทดสอบ
ข้อ 24 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมแจ้งข้อมูลสำหรับการดำเนินการทดสอบพร้อมรับรองคุณสมบัติของผู้เข้ารับการประเมินรายบุคคลตามแบบ กภ.ทส.ชก แนบท้ายประกาศนี้ โดยส่งให้กองความปลอดภัยแรงงานก่อนการประเมิน ไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ
ข้อ 25 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมดำเนินการจัดสถานที่ที่ถูกสุขลักษณะ มีความพร้อมใช้งานตลอดเวลาสำหรับการทดสอบข้อเขียน
การทดสอบข้อเขียนตามข้อ 22 และข้อ 23 สามารถจัดให้มีการทดสอบด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด
ข้อ 26 เมื่อได้รับแจ้งข้อมูลตามข้อ 24 แล้ว ให้กองความปลอดภัยแรงงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้
- (1) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน ก่อนการประเมิน ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ทางเว็บไซต์ของกองความปลอดภัยแรงงาน
- (2) ประกาศผลการประเมินหลังการจัดการทดสอบเสร็จสิ้น ภายใน 30 วันทำการ ทางเว็บไซต์ของกองความปลอดภัยแรงงาน
ข้อ 27 ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ออกหลักฐานผ่านการประเมินการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการ ภายใน 30 วันทำการ นับแต่วันประกาศผลการประเมิน
กรณีไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 23 ให้นำความในข้อ 24 ข้อ 25 และข้อ 26 มาใช้บังคับ
ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
เอกสารแนบท้ายประกาศ
แบบ กภ.ชก 1 — แบบคำขอรับรอง ใบแทนการรับรอง และต่ออายุการรับรอง
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
แบบคำขอรับรอง ใบแทนการรับรอง และต่ออายุการรับรอง สำหรับหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ตามกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567
1. ข้อมูลผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
- ชื่อผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
- เลขทะเบียนนิติบุคคล
- สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ หมู่ที่ ตรอก/ซอย ถนน แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์
- โทรศัพท์ โทรสาร โทรศัพท์มือถือ E-mail
2. มีความประสงค์ (ทำเครื่องหมาย ✓ ในช่อง ☐ ให้ตรงกับความประสงค์)
- ☐ ขอรับรอง พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ 3 (1) - (11) และ (15) - (16)
- ☐ ขอใบแทนการรับรอง พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ 3 (1) (13) และ (15) - (16)
- ☐ ขอต่ออายุการรับรอง พร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ 3 (1) - (2) (12) และ (14) - (16)
- ใบรับรองหลักสูตรเดิม เลขที่ ............ วัน เดือน ปี ที่ได้รับการรับรอง ............ วัน เดือน ปี ที่หมดอายุ ............
3. ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ ดังนี้
- ☐ (1) หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้ขอการรับรองมิใช่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล
- ☐ (2) สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล
- ☐ (3) แผนที่แสดงที่ตั้งของนิติบุคคล พร้อมภาพถ่าย
- ☐ (4) สำเนาเอกสารการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพหรือระบบประกันคุณภาพการศึกษาแล้วแต่กรณี
- ☐ (5) เอกสารหรือหลักฐานการมีผู้บริหารจัดการการฝึกอบรมซึ่งเป็นบุคลากรของผู้ยื่นขอการรับรองเป็นผู้ให้บริการการฝึกอบรม ตามข้อ 8 วรรคสองของประกาศฯ ได้แก่ ประกาศแต่งตั้งบุคคลซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรม วุฒิการศึกษา เอกสารแสดงความเป็นลูกจ้างของนิติบุคคล
- ☐ (6) เอกสารหรือหลักฐานการมีวิทยากรซึ่งเป็นบุคลากรของผู้ยื่นขอการรับรองเป็นผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ตามข้อ 8 วรรคสองของประกาศฯ ได้แก่ ประกาศแต่งตั้งวิทยากรปฏิบัติงานเต็มเวลา เอกสารแสดงความเป็นลูกจ้างของนิติบุคคล หนังสือรับรองการเป็นวิทยากรปฏิบัติงานเต็มเวลา
- ☐ (7) เอกสารหรือหลักฐานบัญชีรายชื่อวิทยากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดข้อ 7 ของประกาศฯ พร้อมหมวดวิชาและหัวข้อวิชาการฝึกอบรมของวิทยากรแต่ละราย รวมถึงหนังสือยืนยันการเป็นวิทยากรให้กับผู้ยื่นคำขอสำหรับวิทยากรอื่นซึ่งมิได้ปฏิบัติงานเต็มเวลา ได้แก่ แบบประวัติวิทยากร หนังสือยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน หนังสืออนุญาตให้เป็นวิทยากร (กรณีเป็นบุคลากรในสังกัดอื่น)
- ☐ (8) เอกสารแสดงกำหนดการฝึกอบรมของหลักสูตรที่ขอรับรอง
- ☐ (9) เอกสารแสดงอัตราค่าบริการ
- ☐ (10) สื่อและเอกสารประกอบการฝึกอบรมเพื่อรับรองหลักสูตร ได้แก่ ภาพถ่ายคู่มือการฝึกอบรม เอกสารซึ่งเป็นตัวอย่าง PowerPoint ที่วิทยากรใช้นำเสนอประกอบการบรรยาย คลังข้อสอบ และแบบทดสอบก่อนและหลังการฝึกอบรมพร้อมเฉลย
- ☐ (11) เอกสารหรือหลักฐานแสดงความพร้อมของห้องฝึกอบรม รายการเครื่องมือหรืออุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับหลักสูตร และสถานที่ที่ถูกสุขลักษณะที่มีความพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ หากมีการเช่าสถานที่ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมต้องมีเอกสารสัญญาเช่า
- ☐ (12) เอกสารหรือหลักฐานการฝึกอบรมหรือมีการพัฒนาความรู้ตามข้อ 15 (6) ของประกาศฯ
- ☐ (13) สำเนาใบรับรองหรือเลขที่ใบรับรอง (เฉพาะกรณีใบรับรองถูกทำลายหรือเสียหายในสาระสำคัญ)
- ☐ (14) เอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงวิทยากร บุคลากรซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการด้านการฝึกอบรม สถานที่ตั้ง หรือมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ได้ยื่นขอการรับรองไว้ (ถ้ามี)
- ☐ (15) หนังสือยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตามข้อ (1) - (14) และที่เกี่ยวข้องกับการขอรับรองหลักสูตรเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
- ☐ (16) เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)
ข้าพเจ้าขอรับรองว่ามีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน และข้อมูล เอกสารหรือหลักฐาน ที่ยื่นประกอบการพิจารณาคำขอเป็นจริงทุกประการ สามารถตรวจสอบได้
ลงชื่อ ............................ ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม หรือผู้รับมอบอำนาจ วัน เดือน ปี ............................ (ประทับตรานิติบุคคล ถ้ามี)
หมายเหตุ
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่หนังสือรับรองนิติบุคคลระบุให้ประทับตรา จะต้องมีตราประทับพร้อมลงนาม
- กรณีผู้ขอรับรองหลักสูตร ไม่ใช่ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล ให้แนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์
แบบ กภ.ชก 2 — ใบรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ใบรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เลขที่ ............
หนังสือรับรองฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า (ชื่อนิติบุคคล) ............ เลขทะเบียนนิติบุคคล ............ สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ ............ หมู่ที่ ............ ตรอก/ซอย ............ ถนน ............ ตำบล/แขวง ............ อำเภอ/เขต ............ จังหวัด ............
เป็นผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตามข้อ 7 แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 โดยมีวิทยากร จำนวน ............ ราย ดังรายชื่อแนบท้ายใบรับรองนี้
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ............ ถึงวันที่ ............ ให้ไว้ ณ วันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............
ลงชื่อ ............ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
หมายเหตุ: การออกหนังสือรับรอง ผู้ให้บริการต้องดำเนินการตามเงื่อนไขข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 ของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ อย่างเคร่งครัด หากไม่ดำเนินการอาจถูกเพิกถอนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรได้
รายชื่อวิทยากรแนบท้ายใบรับรองหลักสูตร
| ลำดับที่ | รายชื่อวิทยากร | หมวดวิชาและหัวข้อวิชาที่ได้รับรอง |
|---|---|---|
| 1 | (ระบุชื่อและนามสกุล) | (ระบุหมวดวิชาและหัวข้อวิชา) |
| 2 | (ระบุชื่อและนามสกุล) | (ระบุหมวดวิชาและหัวข้อวิชา) |
| 3 | (ระบุชื่อและนามสกุล) | (ระบุหมวดวิชาและหัวข้อวิชา) |
| ... | ... | ... |
แบบ กภ.ชก 3 — ใบแทนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ใบแทนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เลขที่ ............
หนังสือรับรองฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า (ชื่อนิติบุคคล) ............ เลขทะเบียนนิติบุคคล ............ สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ ............ หมู่ที่ ............ ตรอก/ซอย ............ ถนน ............ ตำบล/แขวง ............ อำเภอ/เขต ............ จังหวัด ............
เป็นผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตามข้อ 7 แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 โดยมีวิทยากร จำนวน ............ ราย ดังรายชื่อแนบท้ายใบแทนการรับรองนี้
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ............ ถึงวันที่ ............ ให้ไว้ ณ วันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............
ลงชื่อ ............ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
หมายเหตุ: การออกใบแทนการรับรอง ผู้ให้บริการต้องดำเนินการตามเงื่อนไขข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 ของประกาศกรมฯ อย่างเคร่งครัด หากไม่ดำเนินการอาจถูกเพิกถอนการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากรได้
แบบ กภ.ชก 4 — แบบรายงานผลการฝึกอบรม
แบบรายงานผลการฝึกอบรม หลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ตามข้อ 7 แห่งกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567
เขียนที่ ............ วันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............
ส่วนที่ 1 ข้อมูลผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
- ชื่อผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
- เลขทะเบียนนิติบุคคล
- สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ หมู่ที่ ตรอก/ซอย ถนน แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์
- โทรศัพท์ โทรสาร โทรศัพท์มือถือ E-mail
- ใบรับรองหลักสูตรเลขที่ ............ วันที่ได้รับการรับรอง ............ วันหมดอายุ ............
ส่วนที่ 2 การดำเนินการฝึกอบรม
- ดำเนินการฝึกอบรม เมื่อวันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............ ถึงวันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............
- สถานที่จัดฝึกอบรม ตั้งอยู่ เลขที่ ............ หมู่ที่ ............ ตรอก/ซอย ............ ถนน ............ แขวง/ตำบล ............ เขต/อำเภอ ............ จังหวัด ............ รหัสไปรษณีย์ ............ โทรศัพท์ ............ โทรสาร ............
ส่วนที่ 3 เอกสารหรือหลักฐานที่แนบ ดังนี้
- ผลการฝึกอบรม
- รายชื่อผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากร
ลงชื่อ ............ ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม หรือผู้รับมอบอำนาจ (ประทับตรานิติบุคคล ถ้ามี) วัน เดือน ปี ............
หมายเหตุ
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่หนังสือรับรองนิติบุคคลระบุให้ประทับตรา จะต้องมีตราประทับพร้อมลงนาม
- รายงานผลการฝึกอบรม รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม และรายชื่อวิทยากร ณ กองความปลอดภัยแรงงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม ทั้งนี้ อาจแจ้งด้วยตนเองหรือผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็ได้
แบบ กภ.ทส.ชก — แบบแจ้งข้อมูลสำหรับการดำเนินการทดสอบ
แบบแจ้งข้อมูลสำหรับการดำเนินการทดสอบ หลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เขียนที่ ............ วันที่ ............ เดือน ............ พ.ศ. ............
ส่วนที่ 1 ข้อมูลผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
- ชื่อผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
- เลขทะเบียนนิติบุคคล
- สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ หมู่ที่ ตรอก/ซอย ถนน แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์
- โทรศัพท์ โทรสาร โทรศัพท์มือถือ E-mail
- หลักสูตรผู้ชำนาญการฯ ได้รับใบรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม เลขที่ ............ วันที่ได้รับการรับรอง ............ วันหมดอายุ ............
ส่วนที่ 2 กำหนดการทดสอบ
- วัน เวลาที่จัดการทดสอบ : ............
- สถานที่จัดการทดสอบ : ระบุชื่อสถานที่ ............ ตั้งอยู่ เลขที่ ............ หมู่ที่ ............ ตรอก/ซอย ............ ถนน ............ แขวง/ตำบล ............ เขต/อำเภอ ............ จังหวัด ............ รหัสไปรษณีย์ ............
ส่วนที่ 3 การรับรองคุณสมบัติของผู้เข้ารับการประเมิน
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นผู้มีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 ข้อ 5 และข้อ 6 และผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตร ตามรายละเอียดดังนี้
หลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จำนวน ............ คน ดังนี้
| ลำดับ | ชื่อ - นามสกุล | เลขบัตรประจำตัวประชาชน | คุณสมบัติตามข้อ 6 ของกฎกระทรวงฯ | คุณสมบัติตามข้อ 5 ของกฎกระทรวงฯ | ระยะเวลาการเข้ารับการฝึกอบรม (ชั่วโมง) | ผลการประเมิน (ก่อน/หลังอบรม) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 |
ส่วนที่ 4 การขอเข้ารับการทดสอบกรณีที่ไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์
ผู้เข้ารับการประเมินไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด ให้เข้ารับการทดสอบใหม่
หลักสูตรผู้ชำนาญการฯ จำนวน ............ คน ดังนี้
| ลำดับ | ชื่อ - นามสกุล | เลขบัตรประจำตัวประชาชน | วันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก | ประกาศผลสอบครั้งที่ ............ ลงวันที่ ............ (ทดสอบครั้งล่าสุด) |
|---|---|---|---|---|
| 1 |
หมายเหตุ: กรณีผู้เข้ารับการประเมินไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด ให้เข้ารับการทดสอบใหม่
ส่วนที่ 5 เอกสารหรือหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาการประเมินโดยวิธีการทดสอบ
- (1) เอกสารคำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารับการทดสอบ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
- (2) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่สำหรับการทดสอบ
ข้าพเจ้าขอแจ้งข้อมูลสำหรับการดำเนินการทดสอบพร้อมรับรองคุณสมบัติผู้เข้ารับการประเมิน โดยขอรับรองว่ามีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน และเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาเป็นจริงทุกประการ สามารถตรวจสอบได้
ลงชื่อ ............ ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม หรือผู้รับมอบอำนาจ (ประทับตรานิติบุคคล) วัน เดือน ปี ............
หมายเหตุ: กรณีเป็นนิติบุคคลที่หนังสือรับรองนิติบุคคลระบุให้ประทับตราจะต้องมีตราประทับพร้อมลงนาม