มาตรา 32 หน้าที่ของนายจ้าง
- ประเมินอันตราย
- ศึกษาผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- จัดทำแผนดำเนินงานและแผนควบคุมดูแล
- จัดส่งและเก็บรักษารายงานตามกำหนด
เริ่มจากหน้าที่ของนายจ้าง แล้วดูว่าผู้ชำนาญการเข้ามาให้คำแนะนำและรับรองงานส่วนใด ใครขอใบอนุญาตได้ และต้องดำเนินการอย่างไร
ขณะนี้ยังไม่เปิดรับสมัครอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการตามกฎหมาย
มาตรา 32 กำหนดหน้าที่ของนายจ้าง ส่วนมาตรา 33 กำหนดระบบใบอนุญาตสำหรับผู้ชำนาญการ ทั้งสองฝ่ายจึงรับผิดชอบงานคนละส่วน
ผู้ขอต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อ รวมถึงอายุ ประวัติ และประสบการณ์ในงานที่กฎหมายกำหนดไม่น้อยกว่า 5 ปี
ต้องเข้าเกณฑ์อย่างน้อยหนึ่งทาง ได้แก่ วุฒิการศึกษา ใบประกอบวิชาชีพ หรือการเป็น จป. ตามเงื่อนไขที่กำหนด
เมื่อผ่านการอบรมและการประเมินแล้ว จึงยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน และรอรับใบอนุญาตก่อนเริ่มทำหน้าที่
แต่ละตอนอธิบายเรื่องเดียวให้จบในเวลาสั้น ๆ พร้อมบทสรุปและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รู้จักบทบาทของนายจ้าง ผู้ประเมิน จป. ผู้ชำนาญการ และกรมสวัสดิการฯ
ตรวจประเภทกิจการ จำนวนลูกจ้าง และงานที่ต้องมีคำแนะนำกับการรับรองผล
ตรวจคุณสมบัติทั่วไป ประสบการณ์ และคุณสมบัติเฉพาะก่อนสมัครอบรม
แยกหน้าที่ของผู้จัดอบรม กรมสวัสดิการฯ และผู้ยื่นขอใบอนุญาต
ดูหน้าที่ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างดำเนินงาน จนถึงการส่งรายงาน
เก็บชั่วโมงพัฒนาความรู้ ต่ออายุใบอนุญาต และติดตามสถานะใบ
เริ่มจากตรวจขอบเขตใบอนุญาตและข้อมูลหน้างาน แล้วจึงให้คำแนะนำ รับรองผล และส่งรายงาน
ไม่ใช่ ผู้ที่จะทำหน้าที่ผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติ ผ่านการฝึกอบรมและการประเมินตามที่กำหนด และได้รับใบอนุญาตก่อน
ยังไม่ได้ หลักฐานผ่านการอบรมไม่ใช่ใบอนุญาต ผู้ขอยังต้องผ่านการประเมิน ยื่นคำขอ และรอจนได้รับใบอนุญาต
ไม่ใช่ นายจ้างยังรับผิดชอบการดำเนินงานตามมาตรา 32 ส่วนผู้ชำนาญการให้คำแนะนำ ตรวจข้อมูล และรับรองผลเมื่อมีหลักฐานรองรับ
เราแยกตัวบทออกจากคำอธิบาย และนำไฟล์จากคลังกฎหมาย Safety Law มาให้เปิดอ่านโดยไม่ต้องออกจากเว็บไซต์